2008/Nov/27

สวัสดีขะรับพี่น้อง  ท่ามกลางสถานการณ์บ้านเมืองที่กำลังนอนรอให้เสียงปืนใหญ่และเสียงระเบิดเข้ามากลบเสียงเรียกร้องขอความยุติธรรมและความเสมอภาคที่ไม่เคยมีอยู่จริงในโลก

 

ผมกลับแอบหนีไปอินเลิฟซะได้  ฮ่าๆๆๆ

โดยเมื่อคืนวันเพ็ญ เดือนสิบสอง น้ำคะนอง เต็มตลิ่ง ผมได้ไปแอบปิ๊งกับสาวคนหนึ่ง

สมมุติว่าชี่อ สาว ป.

 

ฟามสัมพันธุ์ของเราก็กระดืบคืบหน้าไปเร็วนะครับ 

แต่กระดึ๊บไปได้สักพักก็เข้าสู่ภาวะ ชะลอตัว ไม่นานก็เข้าสู่สภาวะหยุดนิ่ง ??

ซึ่งตอนแรกผมก็แปลกใจ แต่ตอนหลังผมกลับเข้าใจ

ฟามจริงแล้ว ป. มีคนรักอยู่แล้ว สมมุติว่าชื่อ ไอ้ ท.

และท่าทางเขาก็ดูจะเหมะสมกันดีนะครับ

 

เอวัง ด้วยประการละฉะนี้

จบ

 

 

จบเร็วจังวะ

 

 

 

ความจริงแล้วยังไม่จบนะครับ  ต่อๆๆ

..............................................................................................................................................................

กาลเวลาผ่านไปเหมือนใบไม้ค่อยๆร่วงหล่นจากต้น จากฝนก็เปลี่ยนมาเป็นหนาว

ผมจำเป็นต้องกลับมาอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง

จากนั้นก็เริ่มบรรจงถีบทุกสิ่งทุกอย่างลงหลุม ลงมือฝังกลบให้มันกลายเป็นเพียงเศษซากแห่งอดีตกาล

..........................................

วันหนึ่ง...

ขณะที่ผมกำลังตกปลาอยู่ริมตะหลิ่ง แต่ไม่แปลกใจจริงๆว่าทำไมปลามันไม่กินเหยื่อ

อีนี้ก็เพราะวรยุทธในการตกปลาเล็กปลาน้อยของผมจัดว่าอยู่ในชั้นเลว

 

แต่แล้วเรื่องพิลึกพิลั่นที่มันไม่ควรจะปรากฏก็ปรากฏแก่ผม สถานการณ์อันเลวร้ายสุดๆๆๆบังเกิดขึ้นต่อหน้า

มันเป็นสถานการณ์ที่ แม้จะปิดตาก็ยังให้ยิน  ปิดหูผมก็ดันใด้กลิ่น  ถ้าปิดทั้งหมดผมก็ตายกันพอดี  แต่ฟามรู้สึกในตอนนั้นผมกลับอยากจะตายขึ้นมาจริงๆ

 

ภาพที่เห็นนั้นคือ ไอ้ ท. กำลังออกสเต็ปเลิฟกับสาวหมวยหน้าไม่คุ้นคนหนึ่ง

ซึ่ง ภาพๆนั้นมันทำให้ผมรู้สึกแย่มากๆ พลางคิดไปถึงสาว ป.

--------------------------------------------------------------------------------------

 

 

 

 

หลังจากวันนั้น  ผมก็จัดการแปลงกายเป็นยามเฝ้าสาว ป. และคอยสะกดรอยตามความเลวของไอ้เชี่ย  ท.  ทุกฝีก้าว

ผมพบว่า มันไม่ได้มีแค่หนึ่ง  แต่มันมีถึง สอง  สาม  สี่ ห้า หก เจ็ด แปด เก้า สิบ..

ไม่รู้ว่าแย่หรือดีที่ผมนับแลขได้แค่จำนวนของนิ้วมือ

 

สะกดรอยตามทุกวัน ก็ยิ่งได้เห็นความสกปรก ชั่วช้าสามารของมันทุกวัน  ซึ่งทำให้ผมรู้สึกอิจฉามันมาก... เอ๊ย

ทำให้ผมรู้สึกสะอิดสะเอียนจนทนไม่ไหวที่ได้รู้ว่าสาวป. ยังคบหาอยู่กับมัน

ผมจึงตัดสินใจโฟน-อิน ไปยังสาว ป.  บรรยายสรรพคุณความชั่วทุกอย่างของมันจนหมดโปรหมดค่าโทรไปสามหมื่นกว่าบาท

 

ปรากฏว่า สาว ป. ไม่ยอมรับรู้อะไรทั้งนั้น แถมยังบอกว่าเธอยังฝันถึงชุดเจ้าสาวสีขาวที่ ท. เคยขายฝันไว้กับเธอและอาจจะมีโครงการเมกะโปรเจคเป็นข่าวดีในเร็ววันนี้

 

โอ้วววว  ชิท!!!!!

 

 

 

ทำไมเรื่องราวมันถึงกลับจากหน้ามือเป็นหลังมือเช่นนี้

ผมรู้สึกแย่มาก หลังจากที่พยายามทำทุกวิถีทางให้สาว ป. ตาสว่าง  แต่ทำอย่างไรก็ไม่เป็นผล หนำซ้ำความสัมพันธ์ของผมกับเธอยิ่งดูจะเลวร้ายลงไปทุกทีๆๆๆ

 

ในที่สุด ก็ถึงวันที่ฟางเส้นสุดต้ายของผมขาดผึง!!!

ด้วยความรักและภักดีต่อสาว ป.

ผมจึงชักชวนสมัครพรรคพวก แฟนคลับ เพี่อนฝูง ทุกคนที่ได้ยินได้ฟังและรับรู้เรื่องราววีรเวรความชั่วของไอ้ ท. จากที่ผมได้บรรยายให้พวกเขาฟังในวาระต่างๆ

คนเหล่านี้มาด้วยหัวใจอันบริสุทธุ์ เพียงเพราะไม่ต้องการให้เธอต้องตกอยู่ในห้วงนรกอเวจีที่คนเลวๆคนหนึ่งสร้างขึ้นมาเป็นภาพมายาหลอกตาของเธอไว้

เมื่อเห็นว่าทุกอย่างเดินทางมาถึงทางตัน ไม่มีหนทางใดๆอีกแล้ว

ผมและพรรคพวกจึงพร้อมใจกันเดินทางเข้าไปปิดลอมบ้านของสาว ป. และเข้ายึดไว้เป็นการชั่วคราว โดยมีข้อแม้ว่า สาว ป. จะต้องแต่งกับผม หรืออย่างเลวก็เพื่อนผมเท่านั้น

 

ซึ่งผมถือว่าการกระทำครั้งนี้ จะช่วยให้เธอไม่ต้องตกอยู่ในห้วงนรกอเวจีที่คนเลวๆคนหนึ่งสร้างขึ้นมาเป็นภาพมายาหลอกตาของเธอไว้ตลอดไป  ซึ่งก็ถือว่าคุ้ม แม้ว่าตอนนี้เธอจะไม่แฮบปี้นักก็ตาม

หลังจากได้กระทำการดังกล่าวลงไป

ผมพบว่ามนุษย์ที่มันไม่รู้จักพอจริงๆ อย่างไอ้ ท.  กลับแสดงอาการหวงก้าง ไม่ยอมรับความผิดและยกเธอให้กับผม

แต่กลับพยายามทุกวิถีทางที่จะนำปืนมายิงหัวกบาลผม โดยผ่านทางกฎและกลไกต่างๆของสิ่งที่เรียกว่า  ความถูกต้อง ซึ่งผมก็ยอมไม่ได้ที่จะต้องให้อนาคตของเธอต้องตกลงไปในนรกทั้งเป็น ผมจะต้องต่อสู้ให้ถึงที่สุด ถึงแม้ต้องสละถึงชีวิตเพื่อให้เธอตาสว่างขึ้นมาบ้างผมก็ถือว่าคุ้ม

 ....

 

 

....

 

 

 

..

 

 

 

 

 

 

จบแล้วจ้ะ